Assignment

ส่งงานหินปูพื้น

นายทนง เกษตรโสภาพันธ์

รหัส 5151000378

หินปูพื้น

พื้นหินแกรนิตและหินอ่อน

วัสดุปูพื้นที่ทำจากหินแกรนิตและหินอ่อนเป็นวัสดุที่ได้รับความนิยมมากอีกชนิดหนึ่ง ถึงแม้จะไม่สามารถพบเห็นในบ้าน
เรือนแทบทุกหลังเหมือนเช่นพื้นทดแทนกันได้ ทั้งหินแกรนิตและหินอ่อนมีจุดเด่น คือ ให้ความสวยงาม หรูหรา มีขนาด สีสัน และ
ลวดลายต่างๆ ให้เลือกมากมายทั้งของในประเทศและจากต่างประเทศ มีความแข็งแกร่งทนต่อการขีดข่วน โดยเฉพาะหินแกรนิต
จะมีความแข็งแกร่งมากกว่าหินอ่อน มีอายุการใช้งานที่ยาวนาน ดูแลรักษาง่าย ให้ความประณีตสวยงามเนื่องจากแนวเส้นรอยต่อ
ระหว่างแผ่นมีขนาดเล็ก สามารถใช้ปูได้ทั้งพื้นภายในบ้าน พื้นภายนอกบ้าน พื้นห้องน้ำ รวมทั้งใช้บุผนังหรือปูเคาน์เตอร์มักใช้ใน
บ้านเรือนที่ราคาแพงและต้องการความหรูหรา ข้อเสียของวัสดุชนิดนี้ คือมีราคาแพง ให้ความรู้สึกที่แข็งกระด้างไม่นุ่มนวล จึงไม่ค่อย
มีผู้นิยมใช้ปูพื้นห้องนอนนอกจากนี้ ยังมีปัญหาเรื่องความลื่นเมื่อถูกน้ำ จึงต้องระมัดระวังเรื่องความปลอดภัยด้วย

พื้นกระเบื้องหินขัด
ในสมัยก่อนตามอาคารบ้านเรือนโดยเฉพาะตึกแถวนิยมทำพื้นหินขัดกันเนื่องจากแลดูสวยงาม ทำความสะอาดง่าย และ
เปียกน้ำได้ กรรมวิธีในการทำพื้นชนิดนี้ก็ได้แก่การใช็ซีเมนต์ขาวผสมกับสีและกรวดหรือหินที่มีขนาดและสีสันต่างๆ เทหล่อผิวพื้น
คอนกรีตเพื่อให้เกิดลวดลายและสีสันของพื้นตามต้องการ เมื่อซีเมนต์แข็งตัวได้ที่แล้วก็จะใช้เครื่องมือขัดผิวพื้นดังกล่าวจนเรียบลื่น
ลวดลายและสีสันต่างๆ ในเนื้อซีเมนต์จะปรากฎเด่นชัดออกมา
ในปัจจุบันได้มีการผลิตพื้นหินขัดดังกล่าวออกมาในลักษณะที่เป็นแผ่นสำเร็จรูปคล้ายกับแผ่นหินอ่อน มีสีสันและลวดลาย
ต่างๆ ให้เลือก ขึ้นอยู่กับชนิดของหิน ขนาดของหิน และสีที่ผสมลงไป เพื่อให้เกิดความสะดวกในการนำมาปูพื้นและทำให้สามารถออก
แบบสลับลวดลายต่างๆ ได้ จึงไม่จำเป็นต้องเทหล่ออยู่กับที่ดังเช่นสมัยก่อน นอกเสียจากว่าต้องการลวดลายและการสลับสีที่เป็นแนว
เส้นโค้งหรือรูปแบบแปลกๆ ก็อาจจะต้องใช้วิธีหล่อผิวพื้นอยู่กับที่แบบสมัยก่อน
ปัจจุบันตามบ้านเรือนทั่วไปไม่ค่อยนิยมทำพื้นหินขัดกันแล้วเพราะมีวัสดุทดแทนที่ให้ความสวยงามหรูหราและดูมีรสนิยม
กว่า ได้แก่ หินธรรมชาติและกระเบื้องเคลือบ อีกทั้งการออกแบบลวดลายและสีสันให้แก่พื้นหินขัดก็ทำได้อย่างจำกัด แต่ก็ยังสามารถ
พบเห็นพื้นหินขัดได้ตามห้างสรรพสินค้าและศูนย์การค้าต่างๆ เนื่องจากให้ความแข็งแรง ดูแลรักษาง่าย และราคาไม่แพง

พื้นคอนกรีตบล็อก

พื้นคอนกรีตบล็อกเป็นพื้นคอนกรีตสำเร็จรูปที่ใช้ในการปูถนน ทางเดินหรือพื้นโรงรถ มีลักษณะเป็นก้อนคอนกรีตหนา
มีรูปทรงและสีสันต่างๆ เวลาปูพื้นสามารถนำคอนกรีตบล็อกที่มีรูปทรงและสีสันต่างๆ มาเรียงสลับหรือเรียงต่อกันให้เป็นลวดลายสลับ
สีสวยงามโดยแต่ละก้อนจะวางเข้ามุมกันอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย และการวางสามารถวางบนพื้นดินหรือพื้นทรายที่มีการปรับระดับ
และอัดแน่นแล้วโดยไม่จำเป็นต้องเทพื้นคอนกรีตรองรับข้างใต้ สามารถใช้งานในลักษณะเดียวกันกับพื้นคอนกรีตได้
เมื่อเทียบกับพื้นคอนกรีตเสริมเหล็กชนิดเทหล่อกับที่แล้ว พื้นคอนกรีตบล็อกมีข้อดี คือ ให้ความสวยงามโดยมีสีสันและ
และลวดลายที่แปลกตา ทำง่ายและสะดวกเพียงแต่ปรับพื้นและวางคอนกรีตบล็อกลงไปเท่านั้น สามารถเปลี่ยนแปลงลวดลายได้เมื่อ
ใช้ไปนานปี สามารถซ่อมแซมได้สะดวกเมื่อเกิดการชำรุดเพียงแต่เปลี่ยนคอนกรีตบล็อกก้อนที่ชำรุดเท่านั้น ส่วนข้อเสียที่พบก็คือ
ไม่มีความคงรูปเมื่อใช้งานไปสักระยะหนึ่งผิวพื้นจะมีลักษณะเป็นคลื่นไม่ได้ระดับเนื่องจากน้ำหนักที่กดทับในแต่ละจุดจะไม่เท่ากัน
ยิ่งถ้ามีการปรับพื้นด้านล่างไม่ดีในตอนแรกแล้วอาจมีลักษณะเป็นหลุมเป็นบ่อเลยทีเดียวโดยเฉพาะบริเวณที่ต้องรับน้ำหนักมากๆ
ทำให้ต้องมีการปรับระดับพื้นด้านล่างอยู่เสมอจึงเป็นการไม่สะดวก อีกประการหนึ่ง พื้นคอนกรีตบล็อกมักจะสกปรกง่าย เนื่องจากดิน
และทรายที่อยู่ด้านล่างจะถูกชะขึ้นมาเมื่อฝนตก ฉะนั้นการเลือกใช้พื้นคอนกรีตบล็อกมักจะให้ประโยชน์ในแง่ความสวยงามมากกว่า
แต่ต้องคอยติดตามดูแลรักษาในภายหลัง ขณะที่การทำพื้นคอนกรีตเสริมเหล็กแบบหล่ออยู่กับที่จะให้ความคงทนแข็งแรงและการใช้
สอยที่สะดวกสบายมากกว่า

เนื่องจากงานปูพื้นมีความหลากหลายทั้งในแง่ของรูปแบบ การใช้งาน และวัสดุปูพื้นที่ใช้โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแง่ของ
วัสดุปูพื้นที่มีจำหน่ายอยู่ตามท้องตลาดซึ่งมีให้เลือกอย่างมากมาย และวัสดุแต่ละชนิดก็มีคุณสมบัติที่แตกต่างกันออกไป ในการเลือก
วัสดุปูพื้นสำหรับบ้านแต่ละหลังจึงมีแง่มุมต่างๆ อยู่มากมายที่ต้องนำมาพิจารณาเพื่อการเลือกวัสดุปูพื้นให้เหมาะสมกับความต้องการ
และการใช้งาน

ข้อสังเกตเกี่ยวกับการปูพื้นและการเลือกใช้วัสดุปูพื้น
1. การเลือกวัสดุปูพื้นไม่ควรจะมองในแง่ของความสวยงามเพียงอย่างเดียวแต่ควรมองในแง่ของประโยชน์ใช้สอยและการดู
แลรักษาด้วย เช่น บริเวณที่อาจมีการเปียกน้ำได้ง่ายหรือมีความเสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วมก็ไม่ควรปูพื้นด้วยพรมหรือไม้ปาร์เกต์ บริเวณที่จะต้องถูกน้ำอยู่เสมอและเสี่ยงต่อการลื่นหกล้มเช่นห้องน้ำก็ไม่ควรปูพื้นด้วยหินหรือกระเบื้องที่มีผิวลื่นเป็นมัน หรือบริเวณ
ที่อาจเลอะเทอะเปรอะเปื้อนได้ง่ายหรือเสี่ยงต่อการเกิดอัคคีภัยเช่นห้องครัวก็ไม่ควรปูพื้นด้วยพรมเพราะพื้นพรมทำความสะอาดยาก
และติดไฟง่าย เป็นต้น
2. กระเบื้องเคลือบสำหรับปูพื้นหรือบุผนังตามท้องตลาดจะมีอยู่ 2 เกรดเนื่องจากการควบคุมคุณภาพในการผลิตกระเบื้องทำ
ได้ยาก ดังนั้นจะมีกระเบื้องบางส่วนที่มีคุณภาพด้อยกว่ามาตรฐานในทุกๆ รุ่นของการผลิต กระเบื้องที่มีคุณภาพดี มีขนาด รูปทรง สีสัน
และลักษณะผิวตามที่กำหนดจะถูกคัดไปไว้เป็นกระเบื้องเกรด A ส่วนกระเบื้องที่มีขนาด รูปทรง และสีสันที่ผิดเพื้ยนไปบ้าง หรืออาจมี
รอยตำหนิที่ผิวกระเบื้องบ้างแต่มิได้เกิดการแตกหักชำรุดจะถูกคัดไว้เป็นกระเบื้องเกรด B ซึ่งมีราคาถูกกว่า เวลานำไปปูพื้นต่อเนื่อง
กัน การใช้กระเบื้องเกรด A จะให้สีสันและแนวรอยต่อของเส้นที่สม่ำเสมอกว่าและให้พื้นผิวที่ดูเรียบร้อยกว่าการใช้กระเบื้องเกรด B
มาก เวลาดูบ้านหรือตรวจสอบการก่อสร้างบ้านจึงควรตั้งข้อสังเกตในเรื่องนี้ด้วยว่ามีการนำกระเบื้องคนละเกรดมาใช้แทนกันบ้างหรือ
ไม่
3. ในกรณีที่มีการปูกระเบื้องเคลือบในห้องน้ำ ซึ่งโดยทั่วไปจะเป็นการปูกระเบื้องพื้นและบุกระเบื้องผนังควบคู่กันไป การปู
กระเบื้องดังกล่าวมักจะต้องวางแนวรอยต่อของกระเบื้องปูพื้นและกระเบื้องบุผนังให้เป็นแนวเดียวกันเพื่อความสวยงาม การเลือก
กระเบื้องปูพื้นและกระเบื้องบุผนังควรจะใช้กระเบื้องยี่ห้อเดียวกันหรือถ้าจะใช้กระเบื้องต่างยี่ห้อกันเนื่องจากต้องการเลือกสีสัน และ
ลวดลายที่ถูกใจก็ควรจะมีการทดสอบเปรียบเทียบตัวอย่างก่อนว่ากระเบื้องทั้ง 2 ยี่ห้อที่จะนำมาปูด้วยกันนั้นมีขนาดเท่ากันหรือไม่ เมื่อ
นำมาปูแล้วสามารถรักษาระยะของรอยต่อและความต่อเนื่องของแนวเส้นให้ดูสวยงามกลมกลืนกันได้หรือไม่ เพราะมีอยู่บ่อยครั้งที่ผู้
ปลูกบ้านนำกระเบื้อง 2 ยี่ห้อมาใช้ด้วยกันโดยไม่ได้เทียบขนาดก่อน ปรากฎว่ากระเบื้องทั้ง 2 ยี่ห้อมีขนาดผิดเพี้ยนกันมากถึงแม้ว่า
จะมีการระบุขนาดโดยทั่วไปว่าเป็นขนาดเดียวกันก็ตามทำให้ไม่สามารถรักษาความกว้างของรอยต่อและความต่อเนื่องของแนวเส้นไว้
ได้เมื่อนำมาปูพื้นและบุผนังเรียงกัน ผลงานที่ออกมาจึงดูไม่สวยงาม
4. ในกรณีที่มีการปูกระเบื้อง ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบสีสัน หรือลวดลายใดก็ตามควรจะมีการเก็บกระเบื้องแต่ละอย่างสำรองไว้
บ้างประมาณ 3-5 % ของกระเบื้องชนิดนั้นที่นำมาใช้ เพราะกระเบื้องทุกชนิดมีโอกาสที่จะแตกชำรุดได้เมื่อถูกกระทบกระแทกโดย
เฉพาะบริเวณที่มีการใช้งานมากอาจมีการชำรุดบ่อย หรือกระเบื้องที่มีลวดลายสีสันแปลกๆ อาจจะต้องเก็บสำรองไว้มากสักหน่อย เพราะถ้าอนาคตผู้ผลิตเลิกผลิตกระเบื้องชนิดนั้นแล้วจะไม่สามารถหากระเบื้องที่เข้าชุดกันสำหรับใช้ในการซ่อมแซมหรือเปลี่ยนแทน
กระเบื้องที่ชำรุดได้
5. ในกรณีของการปูพื้นปาร์เกต์ พื้นคอนกรีตด้านล่างจะต้องได้ระดับและมีความเรียบเสมอ และก่อนการปูพื้นปาร์เกต์จะ
ต้องทำความสะอาดผิวพื้นเดิมและสกัดเศษปูนตามผิวพื้นออกให้หมด เพื่อให้ชิ้นไม้ปาร์เกต์สามารถวางได้แนบสนิทกับผิวพื้นคอน
กรีต ไม่เกิดการกระดกหรือเกิดช่องว่างขึ้นด้านล่าง เพราะการปูปาร์เกต์จะใช้กาวเป็นตัวยึดระหว่างพื้นคอนกรีตและชิ้นไม้เท่านั้น
ถ้าการปูไม่แนบจะทำให้การเกาะยึดไม่แข็งแรงอาจเกิดการหลุดล่อนได้ง่าย อีกประการหนึ่งหลังจากการปูพื้นปาร์เกต์แล้วจะต้อทิ้งไว้
ประมาณ 2 สัปดาห์ก่อนทำการขัดผิวเพื่อให้กาวแข็งตัวเต็มที่ถ้าเร่งงานในช่วงนี้เกินไปอาจทำให้พื้นที่ปูไว้เกิดการหลุดล่อนได้เช่นกัน
6. ไม้ปาร์เกต์ตามท้องตลาดนอกจากจะใช้วัสดุจากไม้หลายชนิดแล้ว ยังมีการแบ่งเกรดต่าง ๆ ตามคุณภาพของไม้ด้วย
ปาร์เกต์ที่มีคุณภาพดีจะมีเนื้อไม้ที่อยู่ในสภาพดี มีรอยแตกหรือบิ่นน้อย มีตาไม้น้อย มีลายไม้น้อย มีลายไม้และสีสันสวยงาม ไม้ดัง
กล่าวอาจระบุเป็นเกรด AAA หรือ AA ส่วนไม้ที่มีคุณภาพรองลงไปก็อาจจะระบุเป็นเกรด A หรือ B ซึ่งไม้ปาร์เกต์ต่างเกรดกันจะมี
ราคาที่แตกต่างกันมากพอสมควร ไม้ชนิดเดียวกันและเกรดเดียวกันแต่มาจากคนละแหล่งก็ยังอาจมีคุณภาพไม่เท่ากันได้ ฉะนั้นการ
เลือกไม้ปาร์เกต์นอกจากจะต้องดูเกรดแล้ว ยังต้องดูตัวอย่างสภาพจริงของไม้และแหล่งที่มาประกอบกันด้วย
7. การใช้ไม้ปาร์เกต์ปูพื้นถึงแม้จะเลือกใช้ไม้ในเกรดที่มีคุณภาพดีก็ตามเนื่องจากไม้ที่นำมาใช้ปูพื้นในแต่ละบ้านมีจำนวน
มากชิ้นย่อมมีชิ้นไม้ที่มีคุณภาพไม่ดีหรือมีลวดลายสีสันที่ไม่สวยงามปนเข้ามาด้วย ช่างปูพื้นปาร์เกต์ที่มีความประณีตอาจช่วยได้โดย
การคัดชิ้นไม้ที่มีคุณภาพดีและสวยงามนำไปปูพื้นในห้องที่มีการใช้งานบ่อยหรือต้องการออกหน้าออกตา เช่น ห้องรับแขกหรือห้องชั้น
ล่าง ขณะที่นำชิ้นไม้ที่มีคุณภาพด้อยกว่าปูไว้ในห้องนอนชั้นบนหรือในบริเวณที่คาดว่าจะวางตู้หรือเตียงทับลงไป เช่นนี้ภาพลักษณ์ที่
ปรากฎโดยรวมก็จะดูดีและสวยงามมากขึ้นโดยที่ไม่ต้องลงทุนเพิ่ม เพียงแต่ลงแรงเพิ่มขึ้นบ้างเท่านั้น ซึ่งการแก้ปัญหาในกรณีนี้จะ
สำเร็จลงด้วยดีก็ต้องอาศัยเจ้าของบ้านและผู้รับเหมาที่คอยสอดส่องดูแลและพูดคุยขอความร่วมมือจากช่างปูปาร์เกต์ก่อนที่จะทำการ
ปูลงไป แต่สำหรับบางคนที่ไม่มีเวลาหรือไม่พิถีพิถันในสิ่งเหล่านี้ก็อาจจะปล่อยเลยตามเลย เพราะผลเสียที่เกิดขึ้นก็เป็นเพียงแง่ความ
สวยงามเท่านั้น

การเตรียมดินเพื่อทำสนามหญ้าที่พบเห็นกันโดยทั่วไปมักจะทำอย่างง่าย ๆ คงเห็นมันเพียงต้นหญ้า ปลูกอย่างไรมันก็ต้องขึ้น รดน้ำให้สม่ำเสมอก็ใช้ได้ ตอนแรกหญ้าจะเขียวขจีดี เพราะว่ายังมีธาตุอาหารอุดมสมบูรณ์อยู่ ต่อมาอีกไม่กี่เดือน สภาพสนามก็จะเปลี่ยนไป กล่าวคือมีวัชพืชชนิดอื่น ๆ ขึ้นแซมหญ้าที่ปลูก หญ้าบางกลุ่มมีสีเหลืองปนเขียว บางแห่งมีใบที่เหี่ยวเฉามีลักษณะที่ค่อนข้างจะทรุดโทรม ถึงแม้ว่าจะรดน้ำมากสักเพียงใดก็ไม่อาจฟื้นกลับมางอกงามเหมือนดังเดิม

การเตรียมดิน | การปรับปรุงดิน | การปรับพื้นที่

การเตรียมพื้นที่ –> การเตรียมดิน

สำหรับปัญหาที่เกิดขึ้นดังกล่าวนั้นเกิดขึ้นเนื่องจาก การเตรียมดินที่ไม่ถูกต้อง ซึ่งสามารถแยกเป็นข้อ ๆ ได้ดังนี้
1. ในตอนที่เตรียมดินไม่ได้ขุดเอาหัวเหง้า และรากออกให้หมด เมื่อได้รับน้ำวัชพืชเหล่านั้นก็จะแตกหน่อ แตกยอดเจริญออกมาปะปนกับหญ้าที่ปลูก ทำให้สนามหญ้าขาดความสวยงาม
2. สภาพดินเดิมซึ่งแน่นทึบ น้ำไม่สามารถแซกซึมลงไปในดินโดยสะดวกเมื่อรดน้ำมากหรือมีฝนตกชุก น้ำก็จะท่วมขังบริเวณผิวดิน ทำให้รากหญ้าขาดอากาศเพื่อหายใจ ไม่มีพลังในการดูดน้ำ และธาตุอาหารที่ส่งไปเลี้ยงส่วนที่อยู่เหนือผิวดิน ต้นหญ้าก็จะแสดงอาการว่าขาดน้ำ คือ เหี่ยวเฉา
3. สภาพดินเดิมแน่นทึบ จะทำให้รากหญ้าชอนไชเพื่อหาน้ำและอาหารได้ด้วยความลำบาก จึงทำให้ต้นหญ้าได้รับน้ำ และอาหารไม่เพียงพอต่อการเจริญเติบโตอย่างสมบูรณ์
4. ถ้าดินเดิมมีสภาพเป็นดินทรายจัดซึ่งโดยปกติจะมีธาตุอาหารน้อย ไม่เพียงพอต่อความต้องการขอพืช ดินในลักษณะนี้จะไม่อุ้มน้ำไม่อุ้มปุ๋ย ทำให้ต้นหญ้าขาดทั้งน้ำและขาดทั้งปุ๋ย ต้นหญ้ามีสภาพที่แคระแกร็น สีสันไม่เขียวขจี ไม่สวยงามเท่าที่ควร
ดังนั้นการเตรียมดินจะต้องทำอย่างละเอียดรอบครอบมิฉนั้น ผลที่ได้รับขั้นสุดท้ายก็คือ สนามหญ้ามีสภาพที่ทรุดโทรมลงเรื่อย ๆ ยากแก่การแก้ไข ในไม่ช้าก็ต้องรื้อทิ้งและปลูกใหม่ ทำให้ต้องเสียเงินเสียทองอย่างน่าเสียดาย
การเตรียมดินเพื่อปลูกหญ้าก็ควรยึดหลักเดียวกับการปลูกต้นไม้โดยทั่ว ๆ ไป กล่าวคือ จะต้องเตรียมดินให้โปร่ง มีการระบายน้ำที่ดี อากาศถ่ายเทได้สะดวก ขุดเก็บ ต้น หัว เหง้า และราก ของวัชพืชออกให้หมด เติมปุ๋ยอินทรีในปริมาณที่เพียงพอ ผสมรวมไปกับดิน ปุ๋ยอินทรีนอกจากจะให้อาหารแก่ต้นหญ้าแล้ว หลังจากนั้นก็นำแผ่นพันธุ์มาปลูก ผลที่ได้รับก็คือ ได้สนามหญ้าที่มีต้นหญ้าอยู่อย่างหนาแน่น มีสีเขียวสดใสสม่ำเสมอ ทั้วทั้งสนามในทุกฤดูกาล สร้างความสวยงามและความภาคภูมิใจให้แก่เจ้าของบ้านเป็นอย่างยิ่ง

การเตรียมพื้นที่ –> การปรับปรุงดิน

ถ้าดินในบริเวณนั้นเป็น ดินเหนียวจัด การระบายน้ำไม่ดี การระบายน้ำไม่ดี และการถ่ายเทอากาศภายในดินไม่สะดวก ควรแก้ไขโดยโรยทรายทับดินเดมให้หนาประมาณ 5 ซม. (ไม่ควรใส่ปุ๋ยคอก เพราะอาจมีเมล็ดพืชอื่น ๆ ติดมาด้วย) ถ้าดินเดิมมีสภาพเป็น กรดจัด ก็นำปูนบดละเอียดโรยลงไปเพื่อแก้ความเป็นกรด หินปูนบดละเอียด 1 กิโลกรัมต่อพื้นที่ 1 ตารางเมตร แล้วใช่จอบสับย่อยให้เป็นก้อนเล็ก ๆ ลึกประมาณ 15 – 20 เซนติเมตรก็เพราะหญ้าจะมีรากลึกไม่มากนัก คลุกเคล้าผสมต่าง ๆ ให้เข้ากัน เลือกเก็บต้น หัว เหง้า และรากของวัชพืชออกให้หมด
ถ้าดินในบริเวณนั้น เป็นดินทรายจัด ซึ่งมีความอุดมสมบูรณ์ต่ำ ไม่อุ้มน้ำ ไม่อุ้มปุ๋ย จะต้องรดน้ำบ่อย พอนานเข้าทราย ก็จะอัดตัวกันแน่นทำให้ระบายน้ำไม่ดี อากาศในดินทายเทไม่สะดวก ควรแก้ไขโดยนำดินเหนียว ที่ไม่เป็นกรดจัด และไม่มีเศษวัชพืช มาถมทับดินเดิมให้หนาประมาณ 5 เซนติเมตร แล้วใช้จอบสับย่อย ให้ดินแตกเป็นก้อนเล็ก ๆ ลึกลงไปประมาณ 15 – 20 เซนติเมตร คลุกเคล้าส่วนผสมต่าง ๆ ให้เข้ากัน เลือกเก็บ ต้น หัว เหง้าและรากของวัชพืชออกให้หมด

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s